วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

อุทยานแห่งชาติเขาสก (แหล่งท่องเที่ยว)


เพื่อเปิดโอกาสให้สภาพธรรมชาติ สภาพแวดล้อมได้มีการพักฟื้นตัว และเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติจึงมีกำหนดปิดการท่องเที่ยวประจำปี บริเวณ เส้นทางชมบัวผุด กิโลเมตรที่ 111 ปิดระหว่างวันที่ 1 พ.ค. - 31 ต.ค. ของทุกปี และบริเวณน้ำตกสิบเอ็ดชั้น น้ำตกบางเลียบน้ำ ตั้งน้ำ น้ำตกโตนกลอย น้ำตกธารสวรรค์ ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำสี่รู และถ้ำค้างคาว ปิดระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. - 14 ธ.ค. ของทุกปี หากต้องการตรวจสอบการปิดการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติต่างๆ


ด้านท่องเที่ยวผจญภัย

เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ

เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ ผจญภัยถ้ำน้ำทะลุ เริ่มต้นที่กิโลเมตร 99 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ปลายทางที่คลองแปะ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ ขส.4 แพโตนเตย ไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา มีระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร


กิจกรรม :
  • ล่องแพ/ล่องเรือ
  • เที่ยวถ้ำ/ธรณี วิทยา
  • ชมพรรณไม้
  • เดินป่าระยะไกล

  • เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ - ภาพที่ 1 เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ - ภาพที่ 2 เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ - ภาพที่ 3 เดินป่าระยะไกล กม.99 - คลองแปะ - ภาพที่ 4



    ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก

    ล่องแก่งภายในลำ คลองศกบริเวณน้ำตกบางหัวแรด เป็นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงน้ำหลาก ระหว่างเดือนมิถุนายน - มกราคม โดยเดินเท้าจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกไปน้ำตกบางหัวแรดระยะทาง 3 กิโลเมตร แล้วลงเรือยาง ขนาด 8 คน ล่องแก่งจากน้ำตกบางหัวแรดลงมาภายในลำคลองศก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง


    กิจกรรม :
  • เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ
  • ล่องแก่ง

  • ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 1 ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 2 ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 3 ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 4 ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 5 ล่องแก่งน้ำตกบางหัวแรด - ลำคลองศก - ภาพที่ 6







    ด้านธรรมชาติที่สวยงาม

    เขื่อนรัชชประภา

    เขื่อนรัชชประภา หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่สร้างปิดกั้นคลองพระแสง ตัวเขื่อนเป็นหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร ระดับสันเขื่อนสูง 100 เมตร อ่างเก็บน้ำครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 100 เกาะ สามารถล่องเรือชมทัศนยภาพที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเขากาเลาะ บนสันเขื่อนรัชชประภายังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามของอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะยามดวงอาทิตย์ตก เขื่อนเชี่ยวหลานอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 65 กิโลเมตร ทางเข้าอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 57-58 บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • ล่องแพ/ล่องเรือ
  • พายเรือแคนู/คยัค
  • ชมทิวทัศน์

  • เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 1 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 2 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 3 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 4 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 5 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 6 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 7 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 8 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 9 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 10 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 11 เขื่อนรัชชประภา - ภาพที่ 12


    ตั้งน้ำ

    มีลักษณะเป็นภูเขา ที่ถูกน้ำกัดเซาะจนขาดออกจากกัน ทำให้กลายเป็นหน้าผาหันหน้าเข้าหากัน มีลำคลองศกไหลลอดผ่านเบื้องล่าง เป็นวังน้ำลึกมาก มีปลาชุกชุม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากน้ำตกวิ่งหินประมาณ 3.2 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้าประมาณ 3.2 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวถ้ำ/ธรณี วิทยา
  • ชมทิวทัศน์
  • เดินป่าระยะไกล
  • ตั้งน้ำ - ภาพที่ 1 ตั้งน้ำ - ภาพที่ 2

    ถ้ำค้างคาว

    เป็นถ้ำที่มีค้าง คาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะภายในถ้ำเป็นเหมือนห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยที่สวยงาม อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 2 กิโลเมตร อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 21 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวถ้ำ/ธรณี วิทยา
  • ถ้ำค้างคาว - ภาพที่ 1

    ถ้ำน้ำทะลุ

    ถ้ำน้ำทะลุ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำหลุ อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขส. 4 (คลองแปะ) ประมาณ 3 กิโลเมตร ริมอ่างเก็บน้ำเชี่ยวหลาน โดยต้องนั่งเรือจากท่าเรือเขื่อนรัชชประภาไปประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นเข้าไปตามคลองแปะอีกประมาณ 15 นาที แล้วเดินเท้าต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จึงถึงถ้ำทะลุ ที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 600 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา หรือสามารถเดินเท้าจาก กิโลเมตรที่ 99 เข้าไปถึงถ้ำน้ำทะลุประมาณ 12 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวถ้ำ/ธรณี วิทยา
  • ชมทิวทัศน์
  • ถ้ำน้ำทะลุ - ภาพที่ 1 ถ้ำน้ำทะลุ - ภาพที่ 2 ถ้ำน้ำทะลุ - ภาพที่ 3 ถ้ำน้ำทะลุ - ภาพที่ 4



    ถ้ำประกายเพชร

    ภายในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนรัชชประภา ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกมากมายที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะถ้ำประกายเพชร เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีความสวยงามแปลกตา มีหินปะการัง หินงอก หินย้อย ทีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ความยาวภายในถ้ำประมาณ 100 เมตร เหมาะสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปชมความงดงาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาสก ได้เข้าไปสำรวจความเหมาะสมและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวชม ปรากฏว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมอีก สถานที่หนึ่ง เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเทียวภายในอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา และทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้ประทับใจในการเข้ามา ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 1 ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 2 ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 3 ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 4 ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 5 ถ้ำประกายเพชร - ภาพที่ 6



    ถ้ำสี่รู

    อยู่ห่างจากถ้ำน้ำ ทะลุประมาณ 2 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเดียวกับถ้ำน้ำทะลุ สมัยก่อนเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ โดยมีทางออกจากถ้ำ 4 ช่องทาง


    กิจกรรม :
  • เที่ยวถ้ำ/ธรณี วิทยา

  • ถ้ำสี่รู - ภาพที่ 1

    น้ำตกโตนกลอย

    เป็นน้ำตกที่มีความ สวยงาม เกิดจากคลองศก ลักษณะน้ำตกเป็นน้ำตกชั้นเดียวดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลแรงตลอดปี มีลานหินสำหรับพักผ่อนอยู่บนชั้นน้ำตก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกโตนกลอย - ภาพที่ 1 น้ำตกโตนกลอย - ภาพที่ 2 น้ำตกโตนกลอย - ภาพที่ 3




    น้ำตกธารสวรรค์

    เป็นน้ำตกที่เกิด จากลำห้วยบางพลูจืด ซึ่งไหลลงสู่คลองศก เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร ห่างจากตั้งน้ำ ประมาณ 1 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกธารสวรรค์ - ภาพที่ 1 น้ำตกธารสวรรค์ - ภาพที่ 2 น้ำตกธารสวรรค์ - ภาพที่ 3




    น้ำตกบางเลียบน้ำ

    เกิดจากลำคลองศก เป็นน้ำตกชั้นเดียว น้ำไหลตลอดปี ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4.5 กิโลเมตร อยู่ห่างจากถนนใหญ่กิโลเมตรที่ 112 ประมาณ 8 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกบางเลียบน้ำน้ำตกบางเลียบน้ำ

    น้ำตกบางหัวแรด

    เป็นน้ำตกที่มีขนาด ใหญ่และสวยงาม มีน้ำไหลแรงมาจากคลองศก เป็นน้ำตก 2 ชั้น ชั้นแรกไหลจากบางหัวแรดแล้วไหลลงคลองศก ชั้นที่สองอยู่ในคลองศก บริเวณโดยรอบน้ำตกกว้างขวางมาก เต็มไปด้วยหินเรียงรายตามธรรมชาติสวยงามแปลกตามาก อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ 3 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกบางหัวแรด


    น้ำตกแม่ยาย

    เป็นน้ำตกเพียงแห่ง เดียวภายในอุทยานแห่งชาติที่รถยนต์ไปถึงได้ อยู่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 (สุราษฎร์ธานี – ตะกั่วป่า) ตรงกิโลเมตร 113 เป็นน้ำตกชั้นเดียวสูงประมาณ 30 เมตร สวยงามมาก โดยเฉพาะฤดูฝนน้ำจะเต็มหน้าผาที่สูงชันกระจัดกระจายแตกฟองขาวโพลน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 5.5 กิโลเมตร


    กิจกรรม :
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 1 น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 2 น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 3 น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 4 น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 5 น้ำตกแม่ยาย - ภาพที่ 6







    น้ำตกวิ่งหิน

    เป็นน้ำตกที่อยู่ ใกล้น้ำตกบางหัวแรด ห่างเพียง 120 เมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 15 เมตร ที่น้ำไหลลงมารวมกับคลองศกที่บริเวณหัวแรด และในคลองศก ด้านล่างของน้ำตกลงมาประมาณ 20 เมตร จะมีก้อนหินก้อนโตๆ วางเรียงรายกันอยู่ในลำคลองเป็นจำนวนมาก ซึ่งสามารถที่จะเดินข้ามลำคลองโดยเดินข้ามไปบนก้อนหินได้ จุดนี้เรียกว่า “น้ำตกบางวิ่งหิน” เป็นจุดที่มองดูสวยงามอีกแห่งหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2.8 กิโลเมตร รถยนต์สามารถไปถึงได้ เหนือน้ำตกขึ้นไปประมาณ 40 เมตร จะมีที่สำหรับว่ายน้ำเรียกว่า “วังยาว” เป็นวังที่กว้างและยาว สามารถเล่นน้ำพร้อมกันได้ไม่ต่ำกว่า 500 คน


    กิจกรรม :
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกวิ่งหิน

    น้ำตกสิบเอ็ดชั้น

    เป็นน้ำตกที่เกิด จากน้ำในคลองบางแลน ไหลตกลงมาเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันมาตามร่องหน้าผา เป็นรูปขั้นบันได 11 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 10 เมตร และห่างกันประมาณ 70 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีไม่ขาดสาย ชั้นล่างสวยงามมากที่สุด มีแอ่งน้ำกว้างให้เล่นน้ำ และมีโขดหินวางเรียงรายอยู่ทั่วไปเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 4 กิโลเมตร ต้องเดินทางโดยทางเท้า


    กิจกรรม :
  • เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ
  • เที่ยวน้ำตก

  • น้ำตกสิบเอ็ดชั้น - ภาพที่ 1 น้ำตกสิบเอ็ดชั้น - ภาพที่ 2
    น้ำตกสิบเอ็ดชั้น - ภาพที่ 3 น้ำตกสิบเอ็ดชั้น - ภาพที่ 4





    บัวผุด พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก

    ในบรรดาพืชพรรณทั้ง หมดที่มีอยู่ในโลก บัวผุดหรือ Rafflesia ถือว่าเป็นดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เพราะบัวผุดชนิด Rafflesia arnoldii ที่สำรวจพบในอินโดนีเซียนั้น มีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 100 เซนติเมตร ส่วนบัวผุดพันธุ์ไทย หรือ Fafflesia kerrii มีดอกขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังคงมโหฬารไม่ใช่เล่น คือ 50-90 เซนติเมตร ยามที่มันออกดอกสีปูนแดงสดใสอย่กลางป่าดิบเขียวชอุ่มนั้น ถือเป็นภาพที่น่าตื่นตามาก

    บัวผุดหรือที่ชาวบ้านทางภาคใต้ของไทยเรียกว่า "บัวตูม" จริง ๆแล้วเป็นพืชกาฝากซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยอาศัยอยู่ในรากและลำต้นของเถาไม้ เลื้อยวงศ์อง่นป่า ชื่อ "ย่านไก่ต้ม" โดยบัวผุดจะอาศัยดูดกินแร่ธาตุและน้ำจากย่านไก่ต้ม โดยต้นแม่ก็ยังคงมีชีวิตอยู่ พวกเราจะเห็นบัวผุดได้ก็เฉพาะยามเมื่อมันต้องการผสมพันธุ์กัน คือ จะเริ่มมีตาดอกเป็นปุ่มกลมเล็กๆ โตขึ้นที่ผิวของย่านไก่ต้ม แล้วใช้เวลา 9 เดือน ขยายขนาดจนเท่ากับหัวกะหล่ำยักษ์ จากนั้นก็ใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ในรอบปีให้ดอกบาน ทว่าดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันอยู่ จึงต้องเหมาะเหม็งมากในช่วงเวลาบานแมลงวันจึงจะช่วยผสมเกสรให้ได้ จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงในการสูญพันธุ์

    ชาวป่ามาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงไทย มีความเชื่อว่าดอกตูมของบัวผุด ถ้านำมาต้มให้หญิงหลังคลอดบุตรดื่ม มดลูกจะเข้าอู่เร็วขึ้น ซึ่งได้มีการพิสุจน์ทางการแพทย์แล้วว่า ไม่มีสรรพคุณดังกล่าวแต่อย่างใด ในเมืองไทยจะพบบัวผุดได้ตั้งแต่คอคอดกระ จังหวัดระนอง เรื่อยลงไปตามแนวเทือกเขาภูเก็ต จนสุดชายแดนที่นราธิวาส โดยอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งชมบัวผุดแหล่งใหญ่ที่สุด มีบัวผุดทยอยบานให้ชมทั้งปี แต่เป็นที่นิยมไปชมกันมากในฤดูแล้งช่วงเดือนพฤศจิกายน- เมษายน เพราะดินป่าง่าย แต่เขาสกก็ได้ผ่านบทเรียนอันเจ็บปวดมาแล้วจากอดีตในการสูญเสียบัวผุดที่ควน ลูกช้าง เพราะในอดีตยังขาดความเข้าใจในชีวิตอันเปราะบางของมัน จึงมีผู้แห่กันไปชมบัวผุด โดยมีการเหยียบย่ำเถาย่านไก่ต้ม เหยียบย่ำดอกอ่อน และเหยียบย่ำตาดอกขนาดเล็กที่เพิ่งผุดขึ้นมา (โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์) ทั้งนี้เพื่อเข้าไปชมและถ่ายรูปกับดอกบัวผุดให้ใกล้ชิดที่สุด ส่งผลให้บัวผุดสาบสูญไปจากควนลูกช้าง แม้ปัจจุบันบัว ผุดบริเวณกิโลเมตรที่ 111 และที่เขาสองน้อง ก็มีจำนวนดอกลดน้อยลง และขนาดดอกในรอบ 2 ปี (พ.ศ. 2545-2546) ที่ผ่านมาก็เล็กลงจนน่าตกใจทีเดียว

    อุทยานแห่งชาติเขาสก และทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เล็งเห็นความเร่งด่วนของสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ออกมาตรการป้องกันรักษาดอกบัวผุด โดยออกสำรวจ เมื่อพบดอกใกล้บานจะทำการล้อมรั้ว ติดป้ายห้ามเข้าใกล้ดอก และสร้างสะพานไม้ยกระดับให้ยืนชมดอกอยู่ห่าง ๆ บนสะพานไม้ ไม่ให้มีการลงไปเหยียบย่ำพื้นดินหรือเถาย่านไก่ต้มอีกต่อไป นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านเป็นไกด์ท้องถิ่นพานักท่องเที่ยวเข้าชมบัว ผุด เพื่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนอันจะนำมาซึ่งความรัก ความเข้าใจ ความหวงแหน และการอนุรักษ์แหล่งชมดอกบัวผุดได้อย่างยั่งยืนตลอดไป


    กิจกรรม :
  • เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ
  • ชมพรรณไม้

  • บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 1 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 2 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 3 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 4 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 5 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 6 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 7 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 8 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 9 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 10 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 11 บัวผุด  พืชมหัศจรรย์แห่งเทือกเขาสก - ภาพที่ 12



    ด้านศึกษาธรรมชาติ

    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

    เส้นทางศึกษา ธรรมชาติ “สันยางร้อย” เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นและลงเขาผ่านลำห้วยและผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าแน่นทึบไปด้วยพืชพรรณทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เช่น เฟิน หวาย เต่าร้าง ยางเสียน กระบาก ฯลฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นของเส้นทางศึกษาธรรมชาติอยู่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว


    กิจกรรม :
  • เดินป่าศึกษา ธรรมชาติ
  • ชมพรรณไม้

  • เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 1 เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 2
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 3 เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 4
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 5 เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 6
    เส้นทางศึกษาธรรมชาติ - ภาพที่ 7

    แหล่งท่องเที่ยว
    ที่ติดต่อและการเดินทาง
    ที่พัก-บริการ
    จอง ที่พัก-บริการ
    สิ่งอำนวยความสะดวก

    ไม่มีความคิดเห็น:

    แสดงความคิดเห็น